กระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์คองโกออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรื่องการพบเด็กชายวัย 3 ขวบ ในเมืองเบนี ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นบวก และเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งนี้ ภูมิลำเนาของเด็กชายเคยเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคอีโบลา ระหว่างปี 2561-2563

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจน ว่าการเสียชีวิตของเด็กชายมีความเชื่อมโยงใดกับการแพร่ระบาดครั้งดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,200 ราย และเมื่อช่วงต้นปีนี้ ในดีอาร์คองโกยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาอีกอย่างน้อย 6 ราย ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดกับเด็กชายผู้เสียชีวิต และกลุ่มเสี่ยงรองลงมาด้วย รวมมากกว่า 100 คน เพื่อสังเกตอาการแล้ว

นับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลา เมื่อปี 2519 ดีอาร์คองโกเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคมาแล้ว 12 ครั้ง โดยการแพร่ระบาดครั้งล่าสุด คือเมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ และสิ้นสุดเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ใช้งานวัคซีนป้องกันโรคอีโบลา “เออร์เวโบ” ( Ervebo ) พัฒนาโดยบริษัทเมอร์คของสหรัฐ ใช้เทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ ฉีดเพียงเข็มเดียว และวัคซีน แซบดีโน/เอ็มวาเบีย ( Zabdeno / Mvabea ) ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จากสหรัฐและเป็นแบบไวรัล เวกเตอร์ เช่นกัน ฉีดสองเข็ม ทิ้งระยะห่างกัน 28 วัน